อ่านก่อน: เราไม่ใช่นักบัญชีและไม่ใช่ทนาย
หน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือทางกฎหมาย เราเป็นร้านรับซื้อนาฬิกา ไม่ใช่ผู้ให้คำปรึกษาด้านภาษี
กรณีของแต่ละคนต่างกันที่รายละเอียด และรายละเอียดคือตัวตัดสิน ถ้าเงินก้อนที่เกี่ยวข้องมีนัยสำคัญกับคุณ ให้คุยกับนักบัญชีหรือผู้สอบบัญชี หรือถามกรมสรรพากรโดยตรงที่สายด่วน 1161 หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่ การถามฟรีและได้คำตอบที่ใช้อ้างอิงได้จริง
หลักที่ใช้แบ่ง: ขายของตัวเอง หรือ ทำการค้า
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39-40 รายได้ที่เกิดจากการประกอบกิจการหรือการค้าถือเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี
แต่การขายของส่วนตัวที่คุณใช้เอง และไม่ได้ซื้อมาเพื่อขายต่อหากำไร โดยทั่วไปไม่ถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี เพราะถือว่าเป็นการจำหน่ายทรัพย์สินส่วนตัว ไม่ใช่กิจการค้า
เส้นแบ่งจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเงินก้อนใหญ่หรือเล็ก แต่อยู่ที่ลักษณะและเจตนา
| ลักษณะ | มักถูกมองว่า |
|---|---|
| ใส่เองมาหลายปี เลิกใส่แล้วเอามาขาย ขายครั้งเดียว | ขายทรัพย์สินส่วนตัว |
| ได้รับมรดกหรือของขวัญมา แล้วขาย | ขายทรัพย์สินส่วนตัว |
| ซื้อมาเพื่อขายต่อโดยตรง | การค้า |
| ขายต่อเนื่องเป็นระบบ มีเพจขาย มีสต๊อก มีโฆษณา | การค้า |
| ขายของมูลค่าสูงซ้ำ ๆ หลายครั้งในปีเดียว | เสี่ยงถูกมองว่าเป็นการค้า |
ถ้าเข้าข่ายการค้า รายได้นั้นอาจถูกตีเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) ซึ่งต้องนำมารวมยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และถ้ารายได้จากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ก็เข้าเกณฑ์ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
จุดที่คนขายนาฬิกาเสี่ยงกว่าคนขายของอื่น
ของมูลค่าสูงอย่างนาฬิกาแบรนด์เนมกับกระเป๋าแบรนด์ดัง เป็นกลุ่มที่ถูกจับตามากกว่าการขายเสื้อผ้าเก่า เพราะเงินก้อนใหญ่และซ้ำได้ง่าย
ถ้ามีพฤติกรรมซื้อ-ขาย-ซื้อ-ขาย วนไปหลายรอบในปีเดียว แม้จะบอกว่าเป็นของสะสมส่วนตัว ก็มีโอกาสถูกเรียกตรวจสอบว่าเข้าข่ายค้ากำไร
ช่องทางที่ใช้ตรวจสอบทุกวันนี้มีมากกว่าเดิม เช่นการเชื่อมข้อมูลกับแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ การดูรายการรับโอนเข้าบัญชีที่เกิดซ้ำ ๆ และการสืบจากโพสต์ขายของในโซเชียล
ถ้าถูกประเมินย้อนหลังแล้วเถียงไม่ได้ จะมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมา ซึ่งมักแพงกว่าค่าปรึกษานักบัญชีตั้งแต่แรกหลายเท่า
หลักฐานที่ควรเก็บไว้
ถ้าคุณขายเรือนของตัวเองจริง ๆ สิ่งที่ช่วยคุณได้มากที่สุดคือหลักฐานว่า มันเป็นของคุณและคุณใช้มันจริง เก็บพวกนี้ไว้
- ใบเสร็จหรือใบรับประกันตอนซื้อ ระบุวันที่ซื้อและราคา ช่วยได้สองทาง — ยืนยันว่าไม่ได้ซื้อมาเพื่อขายต่อ และแสดงว่ากำไรจริงเท่าไหร่หรือขาดทุน
- รูปที่ใส่จริง รูปเก่าในมือถือหรือในโซเชียลที่เห็นว่าใส่เรือนนั้น
- เอกสารการรับมรดกหรือการให้ ถ้าได้มาแบบนั้น
- เอกสารการขาย ใบรับซื้อจากร้านที่ระบุรายละเอียดเรือน วันที่ และจำนวนเงิน
ข้อสุดท้ายเป็นเหตุผลหนึ่งที่ควรขายกับร้านที่มีหน้าร้านและออกเอกสารให้ ร้านที่รับซื้อแล้วโอนเงินโดยไม่มีเอกสารอะไรเลย ทำให้คุณอธิบายที่มาของเงินได้ยากกว่า
ร้านเราออกใบรับซื้อให้ทุกครั้ง ระบุรุ่น หมายเลขเรือน สภาพ วันที่ และจำนวนเงิน เก็บไว้เป็นหลักฐานได้ และเป็นข้อกำหนดของกฎหมายค้าของเก่าที่ร้านต้องทำอยู่แล้ว
แล้วฝั่งร้านต้องทำอะไร
ธุรกิจรับซื้อของมือสองอยู่ใต้กฎหมายค้าของเก่า ต้องมีใบอนุญาต และต้องบันทึกข้อมูลผู้ขายไว้ ซึ่งรวมถึงสำเนาบัตรประชาชน
เวลาคุณมาขาย เราจึงขอบัตรประชาชนทุกครั้ง ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือไม่ไว้ใจใคร แต่เป็นข้อกำหนดตามกฎหมายที่ป้องกันการรับซื้อของโจร และเป็นเรื่องที่คุ้มครองคุณด้วย เพราะถ้าร้านไหนไม่ขออะไรเลย นั่นคือสัญญาณว่าร้านนั้นไม่ได้ทำตามกฎ
ข้อมูลที่เก็บไปใช้ตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ดูรายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
คำถามที่พบบ่อย
ขายนาฬิกาเรือนเดียวได้เงินสามแสน ต้องยื่นภาษีไหม
ปีนี้ขายไปสี่เรือน จะมีปัญหาไหม
ร้านจะแจ้งสรรพากรว่าผมขายนาฬิกาไหม
ขายขาดทุนยังต้องเสียภาษีไหม
ถ้าเป็นชาวต่างชาติที่อยู่ในไทย กฎเหมือนกันไหม
ถ่ายรูปด้วยมือถือแล้วส่งมาทาง LINE @625thecr หรือโทร 092-883-9799 — ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด ถามเฉย ๆ ไม่ขายก็ได้